NAD+ คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร

NAD+ (Nicotinamide Adenine Dinucleotide) เป็นโคเอนไซม์สำคัญที่พบในเซลล์ทุกชนิดของร่างกาย มีบทบาทสำคัญในการเผาผลาญพลังงานและการซ่อมแซมเซลล์ ช่วยเปลี่ยนอาหารที่เรากินให้กลายเป็นพลังงานผ่านกระบวนการเผาผลาญ (Metabolism) และเกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำงานของไมโตคอนเดรีย ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลักของเซลล์ นอกจากนี้ NAD+ ยังมีบทบาทในการซ่อมแซม DNA ที่เสียหาย ควบคุมการอักเสบ และช่วยให้ร่างกายสามารถต้านทานความเสื่อมของเซลล์ที่เกิดขึ้นตามวัย

ในบทความนี้ เราจะมาเจาะลึกเกี่ยวกับ NAD+ และดูว่ามีประโยชน์อย่างไรบ้างกับร่างกาย รวมไปถึงวิธีการเพิ่ม NAD ให้มากขึ้น

ประโยชน์

1. เพิ่มพลังงานระดับเซลล์และเสริมสร้างไมโตคอนเดรีย

ไมโตคอนเดรีย (Mitochondria) เป็นอวัยวะขนาดเล็กของเซลล์ที่ทำหน้าที่ผลิตพลังงานให้กับเซลล์ โดย NAD+ ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในกระบวนการเผาผลาญอาหารให้กลายเป็น ATP (Adenosine Triphosphate) ซึ่งเป็นพลังงานที่ร่างกายใช้

โดยการมีระดับ NAD+ ที่เพียงพอจะช่วยให้เซลล์สามารถผลิตพลังงานได้เต็มที่ ลดอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง และเพิ่มประสิทธิภาพของร่างกายในการทำกิจกรรมประจำวัน

2. ฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ ป้องกันความเสียหายของ DNA

ในแต่ละวัน เซลล์ของเราต้องเผชิญกับปัจจัยที่ทำให้ DNA เสียหาย เช่น มลพิษ รังสียูวี สารพิษ และกระบวนการออกซิเดชัน (Oxidation) โดย NAD+ มีบทบาทสำคัญในกระบวนการซ่อมแซม DNA ผ่านเอนไซม์ที่เรียกว่า PARPs (Poly ADP-Ribose Polymerases) ซึ่งช่วยฟื้นฟูเซลล์และลดความเสี่ยงของการกลายพันธุ์ที่นำไปสู่โรคมะเร็ง

นอกจากนี้ ยังช่วยกระตุ้น Sirtuins ซึ่งเป็นกลุ่มโปรตีนที่ช่วยยืดอายุของเซลล์ ทำให้เซลล์ทำงานได้ดีขึ้นและลดอัตราการเสื่อมของร่างกายอีกด้วย

3. ช่วยชะลอวัย ลดริ้วรอย และเสริมสร้างสุขภาพผิว

NAD มีบทบาทสำคัญในการปกป้องโครงสร้างเซลล์และชะลอกระบวนการชราภาพให้กับผิวหนัง ซึ่งมันจะทำการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ ลดเลือนริ้วรอย และลดการอักเสบของผิว นอกจากนี้ยังลดภาวะเครียดออกซิเดชันที่เป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอีกด้วย

4. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองและระบบประสาท

NAD+ มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มพลังงานกับเซลล์สมอง โดยมีประโยชน์ต่างๆ ดังนี้

  • ป้องกันโรคสมองเสื่อม เช่น อัลไซเมอร์และพาร์กินสัน เนื่องจากมันช่วยลดการสะสมของโปรตีนที่ผิดปกติในสมอง
  • ช่วยปรับปรุงความจำ สมาธิ และลดอาการสมองล้า (Brain Fog)
  • ป้องกันการอักเสบของระบบประสาท ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อม

5. ปรับสมดุลระบบภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบ

ระดับ NAD+ ที่เหมาะสมช่วยปรับสมดุลของระบบภูมิคุ้มกันและลดการอักเสบต่างๆ ในร่างกาย ดังนี้:

  • เพิ่มความสามารถของเซลล์ภูมิคุ้มกัน เช่น เซลล์ T และเซลล์ NK (Natural Killer Cells) ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ลดภาวะ Chronic Inflammation หรือภาวะอักเสบเรื้อรังที่เป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ เช่น เบาหวาน หลอดเลือดหัวใจ และมะเร็ง
  • ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้นหลังเจ็บป่วยหรือออกกำลังกายหนัก

6. เพิ่มความทนทานของร่างกาย

สำหรับนักกีฬาและผู้ที่ออกกำลังกายหนัก NAD มีส่วนช่วยในการเพิ่มสมรรถภาพของร่างกายโดย

  • เพิ่มความทนทานของกล้ามเนื้อและช่วยให้ฟื้นตัวเร็วขึ้นหลังการออกกำลังกาย
  • ลดการสะสมของกรดแลคติกในกล้ามเนื้อ ทำให้สามารถออกกำลังกายได้นานขึ้นโดยไม่เกิดอาการล้า
  • ลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บโดยช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหายจากการออกกำลังกายหนัก

7. ส่งเสริมสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด

NAD+ ช่วยปกป้องหัวใจและหลอดเลือดโดย

  • เพิ่มความยืดหยุ่นของหลอดเลือด ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดแข็งตัว
  • ป้องกันภาวะดื้ออินซูลินและช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดความเสี่ยงของโรคเบาหวาน
  • ลดความดันโลหิตโดยช่วยให้เส้นเลือดขยายตัวดีขึ้น

8. ปรับสมดุลของฮอร์โมนและสุขภาพการนอนหลับ

ระดับ NAD+ ที่เพียงพอช่วยให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนที่สำคัญ เช่น เมลาโทนิน (Melatonin) และเซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งมีผลต่อวงจรการนอนหลับ โดยจะช่วยทำให้หลับลึกขึ้น ลดอาการนอนไม่หลับ รวมไปถึงช่วยควบคุมอารมณ์ ลดความเครียด และภาวะซึมเศร้า

วิธีการเพิ่มระดับตามธรรมชาติ

เมื่อทราบถึงประโยชน์ที่มีมากมายของ NAD+ กันแล้ว ลองมาดูกันว่าเราจะเพิ่มมันได้อย่างไรให้กับร่างกาย:

  • รับประทานอาหารที่มีวิตามิน B3 สูง เช่น อะโวคาโด เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ปลา ถั่ว และไข่
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการออกกำลังกายแบบ HIIT และเวทเทรนนิ่ง
  • ทำ Intermittent Fasting หรือการอดอาหารเป็นช่วง ๆ ซึ่งช่วยกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูเซลล์ (Autophagy) และเพิ่มระดับ Nicotinamide Adenine Dinucleotide
  • หลีกเลี่ยงสารพิษและมลภาวะ เช่น แอลกอฮอล์และบุหรี่ ที่ส่งผลต่อการทำงานของไมโตคอนเดรีย
  • นอนหลับให้เพียงพอ
  • ลดน้ำตาลและอาหารแปรรูป

ความแตกต่างจากวิตามิน B3

แม้ว่า NAD+ และวิตามิน B3 (Niacin, Nicotinamide, Nicotinamide Riboside) จะมีความเกี่ยวข้องกัน แต่วิตามิน B3 เป็นสารตั้งต้นที่ร่างกายใช้ในการสร้าง NAD+ แต่ไม่สามารถทำหน้าที่แทนได้โดยตรง ร่างกายต้องผ่านกระบวนการแปลงวิตามิน B3 ให้กลายเป็น NAD+ ซึ่งประสิทธิภาพการเปลี่ยนแปลงนี้จะลดลงเมื่ออายุมากขึ้น ส่งผลให้ระดับ NAD+ ลดลงเรื่อย ๆ

ดังนั้นแล้วเมื่ออายุมากขึ้น การทำ NAD Therapy ผ่านการฉีดเข้าร่างกายจึงเป็นสิ่งที่นิยมทำกันอย่างมากในหมู่ผู้สูงอายุและวัยทำงาน

NAD Therapy

การบำบัดด้วย NAD+ (NAD Therapy) เป็นการเติม NAD+ ให้ร่างกายโดยตรงเพื่อช่วยฟื้นฟูพลังงานระดับเซลล์ ซ่อมแซม DNA และชะลอวัย ซึ่งสามารถทำได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานเป็นอาหารเสริม การใช้แผ่นแปะผิวหนัง เป็นต้น แต่วิธีที่เป็นที่นิยมกันมากที่สุดคือการฉีดเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรงผ่าน IV Drip (Intravenous Therapy) ซึ่งช่วยให้ NAD+ ถูกดูดซึมได้อย่างรวดเร็วและเข้าสู่เซลล์โดยตรง

โดยการทำ NAD Therapy นั้นเหมาะกับ:

  • ผู้ที่รู้สึกอ่อนเพลียเรื้อรังและไม่มีพลังงาน
  • ผู้ที่ต้องการเสริมสร้างสมองและป้องกันภาวะสมองเสื่อม
  • ผู้ที่ต้องการชะลอวัยและดูแลสุขภาพแบบองค์รวม
  • ผู้ที่มีปัญหาการอักเสบเรื้อรังหรือภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
  • นักกีฬาและผู้ที่ต้องการเพิ่มความทนทานของร่างกาย

ดูแลสุขภาพแบบ Wellness

เมื่อระดับ NAD+ ในร่างกายเพียงพอ ไม่เพียงแต่ช่วยฟื้นฟูพลังงานของเซลล์ แต่ยังส่งเสริมสุขภาพในระดับองค์รวม ทั้งการชะลอวัย การทำงานของสมอง และระบบภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ตาม การดูแลสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรงไม่ได้ขึ้นอยู่กับ NAD+ เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยแนวทาง Wellness ที่ครอบคลุมทั้งโภชนาการ การออกกำลังกาย การดีท็อกซ์ร่างกาย และการปรับสมดุลฮอร์โมน เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงจากภายใน หากคุณต้องการแนวทางการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่เหมาะกับคุณ สามารถติดต่อเราวันนี้ โทร 0661642492 ADD LINE หรือทำการนัดผู้เชี่ยวขาญของเรา

Similar Posts