สเต็มเซลล์ (Stem Cell) คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร

สเต็มเซลล์ (Stem Cell) เป็นเซลล์ต้นกำเนิดที่มีความสามารถพิเศษในการแบ่งตัวและพัฒนาไปเป็นเซลล์ชนิดต่างๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นเซลล์ผิวหนัง เซลล์กล้ามเนื้อ หรือเซลล์ประสาท ซึ่งทำให้มีบทบาทสำคัญในการซ่อมแซมและฟื้นฟูเนื้อเยื่อที่เสียหาย สเต็มเซลล์สามารถหาได้จากหลายแหล่งในร่างกาย เช่น

  • จากร่างกาย: พบได้ในไขกระดูก ไขมัน และเนื้อเยื่อต่างๆ
  • จากสายสะดือ: ได้จากเลือดสายสะดือของทารกแรกเกิด
  • จากเอ็มบริโอ: พบในตัวอ่อนช่วงแรกของการพัฒนา

ในบทความนี้เราจะมาดูกันว่าสเต็มเซลล์นั้นมีประโยชน์อย่างไรบ้างกับร่างกาย รวมไปถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการฉีดกัน

ประโยชน์

  • ซ่อมแซมเนื้อเยื่อและอวัยวะ ช่วยในการฟื้นฟูเซลล์ที่เสื่อมสภาพ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจ กระดูก และกระดูกอ่อน
  • ช่วยชะลอวัยและฟื้นฟูผิวพรรณ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ ลดริ้วรอย
  • บำบัดโรคเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งมีการใช้สเต็มเซลล์ในการรักษาโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง เช่น SLE (โรคพุ่มพวง)
  • รักษาโรคทางระบบประสาท โดยมีศักยภาพในการช่วยฟื้นฟูสมองและระบบประสาท เช่น โรคพาร์กินสัน และอัลไซเมอร์
  • ช่วยเสริมสร้างการทำงานของร่างกาย กระตุ้นการฟื้นตัวของร่างกายหลังจากการเจ็บป่วย หรือการออกกำลังกายหนัก

การฉีดสเต็มเซลล์

การฉีดสเต็มเซลล์เป็นกระบวนการนำเซลล์ต้นกำเนิดไปเพาะเลี้ยงและฉีดเข้าสู่ร่างกายเพื่อช่วยซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ที่เสื่อมสภาพ โดยวิธีการนำสเต็มเซลล์เข้าสู่ร่างกายนั้นมีหลายวิธี ได้แก่

  • การฉีดเข้ากระแสเลือด (Intravenous Injection): วิธีนี้ใช้ในการบำบัดแบบองค์รวม เพื่อกระตุ้นการฟื้นฟูเซลล์ทั่วร่างกาย
  • การฉีดตรงจุด (Localized Injection): ใช้สำหรับรักษาอวัยวะเฉพาะจุด เช่น ข้อเข่า ข้อสะโพก หรือบริเวณที่ต้องการซ่อมแซม
  • การฉีดเข้าทางไขสันหลัง (Intrathecal Injection): ใช้สำหรับรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท เช่น อัลไซเมอร์ และพาร์กินสัน

เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวม
  • ผู้ที่มีปัญหาข้อเข่าเสื่อม หรืออาการปวดข้อเรื้อรัง
  • ผู้ที่ต้องการชะลอวัยและฟื้นฟูผิวพรรณ
  • ผู้ที่มีภาวะเซลล์เสื่อมสภาพจากโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน
  • ผู้ป่วยที่ต้องการฟื้นตัวเร็วขึ้นหลังจากการผ่าตัด

ขั้นตอนการฉีด

1. เตรียมตัวก่อนเข้ารักษา

  • ปรึกษาแพทย์และตรวจสุขภาพเบื้องต้น
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายอยู่ในสภาวะที่เหมาะสม
  • อาจต้องงดยาบางชนิดที่มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน (ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์)

2. ทำการฉีด

  • แพทย์จะเตรียม Stem Cell จากแหล่งที่เหมาะสม เช่น สกัดจากไขมันของผู้ป่วยเอง หรือใช้จากแหล่งอื่นที่ได้รับการคัดกรอง
  • สเต็มเซลล์จะถูกฉีดเข้าสู่ร่างกายตามวิธีการที่เหมาะสม
  • กระบวนการใช้เวลาประมาณ 30 นาที – 2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับวิธีการฉีดและปริมาณสเต็มเซลล์

3. การดูแลหลังการรักษา

  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักภายใน 24-48 ชั่วโมงแรก
  • ควรดื่มน้ำมากๆ เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น
  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่หลังการฉีด
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ และมาตรวจติดตามอาการตามที่แพทย์นัดหมาย

การฉีดสเต็มเซลล์ถือเป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่มีศักยภาพในการฟื้นฟูร่างกายและรักษาโรคต่างๆ ซึ่งโดยรวมนั้นถือเป็นการบำบัดรักษาที่มีความปลอดภัยกับคนไข้ หากได้ทำการรักษากับสถานที่ที่ได้มาตรฐานและมีการรับรอง โดยอาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อย เช่น บวม แดง หรือปวดบริเวณที่ฉีด และมีไข้ต่ำๆ หรืออ่อนเพลียชั่วคราวเท่านั้น

ระยะเวลาและค่าใช้จ่าย

การรักษาด้วยสเต็มเซลล์นั้นโดยเฉลี่ยคนไข้จะต้องฉีดประมาณ 1-5 ครั้ง ต่อปี ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของการรักษา เช่น การฟื้นฟูสุขภาพและชะลอวัยอาจจะต้องทำการฉีดทุกๆ 6-12 เดือน ในขณะที่การรักษาโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ อาจต้องฉีด เป็นคอร์ส เช่น 3-5 ครั้ง ห่างกัน 1-3 เดือน โดยทั้งหมดนี้นั้นแพทย์ผู้ทำการรักษาจะเป็นผู้ให้คำแนะนำ

ในส่วนของค่าใช้จ่าย จะอยู่ที่ประมาณ 50,000 – 1,500,000 บาท/ครั้ง ขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาของสเต็มเซลล์และสถานพยาบาล

เปรียบเทียบกับ PRP

ทั้งสเต็มเซลล์ (Stem Cell) และ PRP (Platelet-Rich Plasma) เป็นวิธีการรักษาแบบเวชศาสตร์ฟื้นฟูที่ช่วยซ่อมแซมและฟื้นฟูร่างกาย แต่ทั้งสองวิธีมีความแตกต่างกันในแง่ของแหล่งที่มา กระบวนการทำงาน และการนำไปใช้ดังนี้:

การรักษาสเต็มเซลล์ (Stem Cell)PRP (Platelet-Rich Plasma)
แหล่งที่มาสกัดจากไขมัน ไขกระดูก หรือสายสะดือสกัดจากเลือดของผู้ป่วยเอง
หลักการทำงานสามารถพัฒนาเป็นเซลล์ชนิดต่างๆ และช่วยซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหายกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองโดยใช้เกล็ดเลือดเข้มข้น
การนำไปใช้ใช้รักษาโรคข้อเสื่อม โรคหัวใจ ฟื้นฟูอวัยวะ และชะลอวัยใช้บรรเทาอาการปวดข้อ อักเสบ ซ่อมแซมเส้นเอ็น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
ประสิทธิภาพสามารถสร้างเซลล์ใหม่ ฟื้นฟูอวัยวะได้ในระดับลึกและถาวรกว่ากระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง แต่ไม่สามารถสร้างเซลล์ใหม่ได้
เหมาะกับใครผู้ที่มีข้อเสื่อมรุนแรง หรือโรคเรื้อรังที่ต้องการฟื้นฟูผู้ที่มีอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ เอ็น หรือข้อต่อที่ยังไม่รุนแรงมาก
ผลลัพธ์ใช้เวลานานกว่าแต่ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่าเห็นผลเร็วกว่าแต่ผลลัพธ์อาจอยู่ได้เพียง 6-12 เดือน
ขั้นตอนการรักษาใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง อาจต้องฉีดเป็นคอร์สใช้เวลา 30-60 นาที และสามารถฉีดซ้ำได้ทุก 4-6 สัปดาห์
ค่าใช้จ่ายสูงกว่ามาก (หลักแสน-ล้านบาท)ต่ำกว่ามาก (หลักหมื่น-แสนบาท)

บำบัดด้วย Stem Cell กับ The Wellness Thonglor

หากท่านกำลังมองหาสถานที่ฟื้นฟูร่างกายด้วย Stem Cell แล้วละก็ ที่ The Wellness Thonglor เราให้บริการ บำบัดด้วยสเต็มเซลล์ (Stem Cell Therapy) ซึ่งเป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายและซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมสภาพแบบองค์รวม โดยทางคลินิกของเราใช้สเต็มเซลล์คุณภาพสูงที่ผ่านกระบวนการคัดสรรและตรวจสอบมาตรฐาน พร้อมโปรแกรมบำบัดที่ออกแบบเฉพาะบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ติดต่อเราวันนี้ โทร 0661642492 ADD LINE หรือทำการนัดผู้เชี่ยวขาญของเราเพิ่อขอข้อมูลเพิ่มเติม

Similar Posts