ภูมิคุ้มกันตก สาเหตุ อาการ และวิธีแก้

ภูมิคุ้มกัน ซึ่งทำงานโดยเม็ดเลือดขาว คือกลไกป้องกันร่างกายจากเชื่อโรค ไวรัส แบคทีเรีย และสิ่งแปลกปลอมต่างๆ แต่เมื่อภูมิคุ้มกันตกหรือต่ำลง ร่างกายจะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เจ็บป่วยได้ง่าย รวมไปถึงการทำงานของภูมิคุ้มกันที่บกพร่องจนนำไปสู่การโรคแพ้ภูมิตัวเองต่างๆ

เมื่อภูมิคุ้มกันตกหรือทำงานได้ไม่เต็มที่ ร่างกายจะแสดงอาการต่างๆ ออกมา เช่น ติดเชื้อง่ายและป่วยบ่อย เหนื่อยง่าย อ่อนเพลียโดยไม่มีสาเหตุ มีผื่นขึ้นตามผิวหนัง รับประทานอาหารได้น้อยลง นอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิท เป็นต้น

โดยในบทความนี้ เราจะมาดูสาเหตุ อาการและสัญญาณต่างๆ เมื่อภูมิคุ้มกันต่ำ รวมไปถึงวิธีแก้ไขเสริมภูมิกัน

สาเหตุ

ภูมิคุ้มกันอ่อนแอเกิดจากหลายปัจจัย รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม เช่น:

  • การพักผ่อนไม่เพียงพอ: เช่น การนอนดึก นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อคืน การมีปัญหานอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิท
  • ความเครียดสะสม: ทำงานหนักเกินไป จนไม่มีเวลาพักผ่อน หรือ มีความเครียดเรื้อรัง เช่น ความวิตกกังวล หรือภาวะซึมเศร้า
  • โภชนาการที่ไม่ดี: รับประทานอาหารขยะ (Junk Food) หรืออาหารแปรรูปเป็นประจำ รวมไปถึงรับประทานน้ำตาลมากเกินไป ทำให้ร่างกายเกิดการอักเสบเรื้อรัง
  • ขาดวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น: เช่น วิตามินซี วิตามินดี สังกะสี และโปรไบโอติก ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกัน
  • ขาดการออกกำลังกาย
  • การดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่: แอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งส่งผลทำให้ภูมิคุ้มกันลดต่ำลง
  • การได้รับสารพิษและมลภาวะเป็นประจำต่อเนื่อง: เช่น อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีมลพิษทางอากาศสูง สัมผัสสารเคมีจากเครื่องสำอาง หรืออาหารที่มีสารกันเสีย

นอกจากปัจจัยที่มาจากการใช้ชีวิตหรือไลฟไสตล์ข้างต้น โรคที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันจากกรรมพันธุ์ เช่น โรคภูมิแพ้ และ โรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) ก็ยังเพื่มความเสี่ยงที่ทำให้ภูมิคุ้มกันของคนไข้ทำงานได้ไม่เต็มที่อีกด้วย

อาการและสัญญาณร่างกาย

หากร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ำ อาจแสดงอาการต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • ติดเชื้อง่ายและป่วยบ่อย: เช่น เป็นหวัด เจ็บคอ หรือไอเรื้อรังบ่อย แม้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอากาศ
  • แผลหายช้า: เมื่อร่างกายได้รับบาดเจ็บและมีบาดแผล อาจใช้เวลานานในการสมาน รวมไปถึงแผลอาจติดเชื้อได้ง่าย
  • อาการอ่อนเพลียเรื้อรัง: เช่น รู้สึกเหนื่อยง่าย แม้จะพักผ่อนเพียงพอ ไม่มีแรง หรือรู้สึกง่วงทั้งวัน
  • ปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร: เช่น ท้องเสียหรือท้องผูกบ่อย ท้องอืด แน่นท้อง หรือมีแก๊สในกระเพาะอาหาร
  • เป็นโรคผิวหนังง่าย: เข่น ผิวแห้ง ลอก หรือเป็นผื่นแพ้ง่าย รวมไปถึงมีสิวอักเสบเรื้อรัง หรือเป็นฝีง่าย
  • อาการทางจิตใจและอารมณ์: เข่น เครียดง่าย หรือมีอารมณ์แปรปรวน นอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิท และอาจมีมีภาวะซึมเศร้าหรือวิตกกังวลมากขึ้น

วิธีแก้ไขเสริมภูมิคุ้มกัน

1. ปรับพฤติกรรมการนอน

การนอนหลับเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายซ่อมแซมและฟื้นฟูระบบต่างๆ รวมถึงการสร้างและเสริมความแข็งแรงให้กับเซลล์ภูมิคุ้มกัน เพราะร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ออกมา หากนอนน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการ ระบบภูมิคุ้มกันจะอ่อนแอลง ดังนั้นตามหลักแล้ว ควรนอนหลับให้ได้อย่างน้อย 7-9 ชั่วโมงต่อคืน และควรเข้านอนเป็นเวลา หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอน เพราะแสงสีฟ้าจากหน้าจอสามารถรบกวนการสร้างฮอร์โมนเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยในการนอนหลับ

2. จัดการความเครียดอย่างเหมาะสม

ความเครียดเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันโดยตรง เมื่อร่างกายเกิดความเครียด จะมีการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งหากมีระดับสูงเป็นเวลานาน จะไปกดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ภูมิต่ำลง

วิธีลดความเครียดมีหลายวิธี เช่น การฝึกหายใจลึกๆ ซึ่งช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล การฝึกสมาธิหรือโยคะเป็นอีกทางเลือกที่สามารถช่วยให้จิตใจสงบ และช่วยให้ภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้ การทำกิจกรรมที่ชอบ เช่น การฟังเพลง อ่านหนังสือ หรือทำงานศิลปะ ก็สามารถช่วยลดความเครียดและสร้างความสุขให้กับจิตใจได้

3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน โดยช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเม็ดเลือดขาวและสารต้านการอักเสบในร่างกาย ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 30-45 นาทีต่อวัน เช่น การเดินเร็ว วิ่ง ว่ายน้ำ หรือขี่จักรยาน โดยนอกจากจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันแล้ว การออกกำลังกายยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบไหลเวียนโลหิต และยังช่วยลดความเครียดอีกด้วย ซึ่งเป็นหนึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้ภูมิคุ้มกันตก

4. รับประทานอาหารที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน

อาหารเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน การเลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและมีภูมิต้านทานที่ดี

  • วิตามินซี: มีบทบาทในการกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวที่ช่วยต้านเชื้อโรค พบได้ในผลไม้ เช่น ส้ม ฝรั่ง กีวี และพริกหวาน
  • วิตามินดี: มีส่วนช่วยในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน สามารถได้รับจากแสงแดด อาหาร เช่น ปลาแซลมอน ไข่แดง เป็นต้น
  • สังกะสี (Zinc): เป็นแร่ธาตุที่ช่วยในการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกัน พบในอาหาร เช่น หอยนางรม ถั่ว เมล็ดฟักทอง
  • โปรไบโอติก (Probiotics): เป็นจุลินทรีย์ที่ช่วยเสริมสร้างสมดุลของระบบทางเดินอาหาร ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกัน สามารถพบได้ในโยเกิร์ต กิมจิ และนัตโตะ
  • สารต้านอนุมูลอิสระ: เช่น ชาเขียว ขมิ้น ผักใบเขียว ช่วยลดการอักเสบและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป อาหารที่มีน้ำตาลสูง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาหารเหล่านี้ทำให้เซลล์ภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่เต็มที่

5. เสริมวิตามินและสมุนไพร

หากไม่สามารถรับสารอาหารที่จำเป็นจากอาหารได้เพียงพอ อาจเสริมด้วยวิตามินและสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อระบบภูมิคุ้มกัน เช่น การเสริมวิตามิน D3 เนื่องจากปัจจุบันนั้น การได้รับวิตามินดีตามธรรมชาตินั้นทำได้ยากขึ้นอยากมาก ดังนั้นแล้วการรับประทานเป็นอาหารเสริมหรือฉีดวิตามินดีเข้าสู่ร่างกายก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่แนะนำ

นอกจากนี้แล้ว การเสริมวิตามินและอาหารเสริมผ่านการดริปวิตาข้าสู่ร่างกายผ่านสายน้ำเกลือ (Vitamin IV Drip) ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก เพราะช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่าการรับประทาน โดยท่านสามารถศึกษาเกี่ยวกับโปรแกรม Vitamin IV Drip ของทางคลินิกเราได้

6. หลีกเลี่ยงสารพิษและมลภาวะ

มลภาวะและสารพิษจากสิ่งแวดล้อมสามารถส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกัน ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสฝุ่นควันโดยตรง และใช้หน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในพื้นที่ที่มีมลพิษสูง นอกจากนี้ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดสารเคมี ลดการใช้ภาชนะพลาสติก และเลือกรับประทานอาหารออร์แกนิกเพื่อลดการได้รับสารพิษสะสม

ดูแลสุขภาพแบบองค์รวมกับ The Wellness Thonglor

หากคุณต้องการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม The Wellness Thonglor เป็นศูนย์สุขภาพที่ช่วยฟื้นฟูและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันจากภายในสู่ภายนอก ผ่านการแพทย์ผสมผสานที่เน้นทั้งโภชนาการ การดีท็อกซ์ร่างกาย และการปรับสมดุลฮอร์โมน พร้อมด้วยโปรแกรมดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล เช่น วิตามินบำบัด (IV Drip) และการให้คำปรึกษาด้านไลฟ์สไตล์ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่กล่าวไว้ข้างต้น ช่วยให้คุณมีสุขภาพแข็งแรงและพลังชีวิตที่สมบูรณ์อย่างยั่งยืน ติดต่อเราวันนี้ โทร 0661642492 ADD LINE หรือทำการนัดผู้เชี่ยวขาญของเรา

Similar Posts